![]() |
|
พ.ศ. ๒๔๒๐ |
ได้รับอนุญาตสร้างวัด โดยมี พระครูบาคัมภีร์รส คมฺภีรปญฺโญ เป็นประธานสงฆ์ มีออกแสนยาเป็นนายบ้าน พร้อมทั้งได้ย้ายสถานที่ตั้งวัดลงไปอยู่ริมตลิ่งเหนือคุ้งลำน้ำเปือ ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของหมู่บ้าน เพราะสภาพหมู่บ้านอยู่ระหว่างกลางหมู่บ้านอื่นๆ อีกหลายหมู่บ้าน จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า และตั้งชื่อวัดว่า "วัดกลาง" และได้สร้างกุฏิเรือนไม้ขึ้นหนึ่งหลังตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้านหลังอุโบสถ หรือ วิหาร |
|
พ.ศ. ๒๔๒๒ |
สร้างอุโบสถ หรือ วิหาร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนเผาโบราณผสมยางไม้ ภายในมีจำนวน ๔ ห้องไม่นับรวมพาไลโดยรอบทุกด้าน ตรงกลางเป็นเสาไม้แก่นจำนวน ๖ ต้น มีเพดานเฉพาะตรงกลางเสา ส่วนพื้นอาคารดาษปูน รอบโคนเสาทุกต้นว่างไว้ไม่ดาษปูน เพื่อทำเป็นที่กรวดน้ำ เครื่องประกอบอาคารด้านบนทำด้วยไม้ทั้งหมด มีประตูเข้าออกทางด้านหน้า ๒ ช่อง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก และประตูด้านข้าง ๑ ช่อง อยู่ทางทิศใต้ หลังคามุงด้วยกระเบื้องไม้ รูปทรงศิลปะชาวบ้านล้านนาเมืองน่านผสมไทยลื้อและไทยใหญ่ (ชนชาวไต) ได้ทำการรื้อถอนพร้อมกับการย้ายสถานที่ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๒ |
|
พ.ศ. ๒๔๕๘ |
สร้างพระประธาน (หลวงพ่อขาว) โดยมีออกแสนยา เป็นนายบ้าน มีพ่อพรม แม่คำเอื้อย เป็นเจ้าศรัทธานำประชาชนสร้าง โดยมี นายพรมสาร อุปทา เชื้อสายชาวไทยใหญ่เป็นนายช่าง จากคำบอกเล่าของ แม่ศรี วิเชยละ ผู้เห็นเหตุการณ์ในครั้งนั้น บอกว่า เป็นการสร้างครอบพระประธานองค์เดิม ซึ่งเป็นพระพุทธรูปไม้จำหลัก ที่นำมาจากวัดเดิมเมื่อครั้งแรกสร้างวัด |
|
|
เนื่องจากสภาพที่ตั้งหมู่บ้านเป็นที่ลุ่ม จึงเกิดน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ประกอบกับวัดเดิมตั้งอยู่ติดริมตลิ่ง น้ำเซาะตลิ่งจนพังชิดกำแพงรอบวัด ประชาชนจึงได้อพยพบ้านเรือนขึ้นมาตั้งถิ่นฐาน รวมกับหมู่บ้านป่าค่า ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่สูงปัจจุบันนี้ |
|
พ.ศ. ๒๔๘๘ |
ประชาชนย้ายถิ่นฐาน ขึ้นมายังที่สูงรวมกับหมู่บ้านป่าค่า ณ สถานที่ตั้งหมู่บ้านกลางปัจจุบันนี้มากขึ้น จึงได้ย้ายวัดตามขึ้นมาด้วย โดยมีนายธิ (ผู้ใหญ่บ้าน) และนางศรี วิเชยละ บริจาคที่ดินสร้างวัด ให้จำนวน ๕ ไร่ ๓ งาน ณ สถานที่ปัจจุบัน |
|
พ.ศ. ๒๔๙๒ |
ย้ายพระประธาน (หลวงพ่อขาว) โดยการชลอมาบนแพไม้ไผ่ ซึ่งมีนายอำเภอและ (ในสมัยนั้น) ตลอดจนถึงประชาชนแทบทุกหมู่บ้านในอำเภอและ มาร่วมกันชลอเป็นจำนวนมาก โดยมี พระครูคัมภีรปัญญา วัดเฟือยลุง เจ้าคณะอำเภอและ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีเจ้าอธิการไชยา คมฺภีโร เจ้าคณะตำบลเปือ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และมีนายหวัน สียา เป็นผู้ใหญ่บ้าน |
|
พ.ศ. ๒๕๒๗ |
ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๗ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๑ เมตร |
|
พ.ศ. ๒๕๓๔ |
นางกิ่งคำ สายน้ำน่าน พร้อมบุตร-ธิดา ถวายที่ดิน ซึ่งใช้เป็นเขตสังฆาวาสทั้งหมด จำนวน ๓ งาน และส่วนที่เป็นที่ดินงอกริมตลิ่งลำน้ำเปืออีก จำนวน ๑ไร่ ๒ งาน |
|
พ.ศ. ๒๕๓๙ |
ทำพิธีผูกพัทธสีมา ฝังลูกนิมิต โดยมี ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ กรุงเทพมหานคร เจ้าคณะใหญ่ หนเหนือ เป็นประธานตัดลูกนิมิต และมีพระมหาโพธิวงศาจารย์ วัดพระบาทมิ่งเมือง จังหวัดแพร่ ขณะดำรงสมณศักดิ์ ที่ พระธรรมรัตนากร เป็นประธานทักนิมิต |
| วัดกลาง แต่เดิมมีสภาพที่ทรุดโทรมมาก เนื่องจากเป็นวัดประจำชุมชนในชนบทยากจน จึงได้รับการทำนุบำรุงตามอัตภาพ บางช่วงวัดก็ขาดเจ้าอาวาส บางครั้งมีแต่ผู้รักษาการฯ จึงทำให้ถาวรวัตถุต่างๆ ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา มีอยู่เพียงอุโบสถเก่าและพระประธาน คือ หลวงพ่อขาว พร้อมกับกุฏิสร้างด้วยไม้จำนวน ๑ หลัง ที่โทรมๆ เท่านั้น วัดกลาง ที่เห็นสวยงามอยู่ในปัจจุบันนี้ ได้รับการก่อสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด เริ่มจากปีพุทธศักราช ๒๕๒๖ เป็นต้นมา โดยการนำของ พระโสภิตวิริยาลังการ (วิถี เขมาราโม) |